การนัดหมาย
ความสำเร็จในการไปสัมภาษณ์ เริ่มต้นตั้งแต่การนัดหมายเป็นต้นไป
ขอให้แน่ใจว่าคุณสามารถไปได้ทันตามเวลานัด ถ้าบริษัทนัด 10:00
น. คุณควรไปถึงประมาณ 9:50 น. เพื่อให้เวลาตัวเองที่จะเตรียมตัวเข้ารับการสัมภาษณ์โดยไม่ตื่นเต้น
ขอให้จำไว้ว่า เวลาของผู้อื่นเป็นของมีค่า การที่คุณทำให้ผู้ที่คุณอยากทำงานกับเขาต้องรอ
ไม่ได้สร้างความประทับใจที่ดีให้เกิดขึ้นแก่ตัวคุณเลย ตรงกันข้าม
ผู้สัมภาษณ์จะมองว่า คุณเป็นคนไม่ตรงต่อเวลา และไม่ได้ให้เกียรติเวลาของเขาอย่างเพียงพอ
ถ้าคุณรู้ตัวว่าคุณจะต้องไปสาย ควรจะโทรศัพท์ไปบอกทางบริษัทผู้นัด
ว่าคุณคาดว่าจะสาย แต่จะไปถึงได้ในเวลาใด
การนัดแล้วไม่ไป เป็นสิ่งที่ผู้สมัครทำกันบ่อยมากจนดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ทราบหรือเปล่าว่า คุณกำลังทำร้ายตัวเอง ถ้าคุณได้รับนัดว่าจะไปสัมภาษณ์
แล้วบังเอิญคุณมีธุระด่วนที่เลี่ยงไม่ได้ คุณควรจะโทรศัพท์ไปบอกผู้นัด
และขอเลื่อนเวลาเป็นวันที่คุณคิดว่าสะดวก การหายไปเฉยๆ นอกจากจะทำให้คุณกลับไปที่บริษัทนั้นไม่ได้อีกแล้ว
มันยังเพาะนิสัยไม่มีความรับผิดชอบไว้ในตัวคุณทีละเล็กทีละน้อยอีกด้วย
การเตรียมตัว
การไปสัมภาษณ์เพื่อเข้าทำงานกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งนั้น
ควรจะเป็นการเลือกทั้งสองฝ่าย คือบริษัทเลือกคุณ และคุณก็เลือกบริษัท
ดังนั้นอย่างน้อย คุณควรจะทราบว่าบริษัทที่คุณจะไปสัมภาษณ์ เพื่อเข้าทำงานด้วยนั้นเขาประกอบกิจการอะไร
ธุรกิจนั้นเป็นอย่างไร ถ้าไม่ทราบและมีโอกาส คุณควรจะถามผู้สัมภาษณ์
เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะเข้าไปอยู่ในธุรกิจอะไร ความรู้นี้ จะช่วยให้คุณวางแผนอนาคตของตนเองได้ดีขึ้น
ผู้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่มักประทับใจถ้าคุณแสดงให้เห็นว่า คุณได้ศึกษาธุรกิจของเขามาบ้าง
ซึ่งแสดงว่าคุณอยากทำงานกับเขาอย่างจริงใจ
นอกจากการเตรียมความรู้ในสายงานแล้วคุณควรเตรียมตัวที่จะแสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่า
คุณมีคุณสมบัติอื่น ที่ไม่ใช่เพียงความรู้ในงานเท่านั้น เช่นความรักองค์กร
ความพร้อมที่จะร่วมเป็นทีมงานที่ดี เป็นต้น
การตอบคำถาม
อย่าลืมว่าการสัมภาษณ์ไม่ใช่การสอบเก็บคะแนนไปเสียทั้งหมด
บางกรณี คุณควรจะตอบเพื่อทำคะแนน เช่นการตอบคำถามที่แสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าคุณสามารถรับงานในตำแหน่งที่เขาต้องการได้
แต่บางกรณีก็ไม่ใช่ ถ้าเขาถามว่าคุณพอใจจะทำงานที่เขาเสนอหรือไม่
แล้วคุณคิดว่าคุณไม่ชอบงานนั้น คุณมีสิทธิจะปฏิเสธไปเลยได้ คำถามนี้ไม่มีถูกผิด
มันเป็นชีวิตของคุณ อย่าตอบว่าทำได้ เพียงเพื่อจะเอาใจผู้สัมภาษณ์
แล้วเมื่อเขารับแล้วคุณกลับไม่โผล่หน้าไปที่บริษัทในวันนัดเริ่มงาน
หรือไปทำงานได้สามวันแล้วลาออกไป นั่นยิ่งทำให้คุณดูแย่มากขึ้นไปอีก
คำแนะนำในการสัมภาษณ์
1. ไม่ควรรับนัดสัมภาษณ์หลายบริษัทในเวลาที่กระชั้นเกินไปเพราะอาจเกิดเหตุติดขัดที่ไม่คาดคิดขึ้นได้
หรือผู้สมัครอาจเกิดความล้าเมื่อเข้ารับการสัมภาษณ์กับบริษัทหลัง
ๆ ได้
2. อย่าทักทายผู้สมภาษณ์ด้วยการจับมือถ้าเขาไม่ยื่นมาทักทายก่อน
สังคมไทยยังคงนิยมการไหว้ และกิริยาที่อ่อนน้อมถ่อมตน
3. กรณีผู้สัมภาษณ์เชิญให้นั่ง ควรกล่าวคำขอบคุณอย่านั่งเฉย
ๆ
4. ไม่ควรถามเกี่ยวกับวันหยุด วันพักผ่อน การมาสาย หรือการกลับก่อนเวลา
เพราะเป็นการสร้างภาพพจน์ว่าผู้
สมัครงานอยากทำงานน้อย ๆ ชอบหยุดงาน
5. ไม่ควรสวมแว่นกันแดดหรือใช้มือปิดปากเวลาพูดหรือกุมมือบนตักแน่น
6. ไม่ควรแสดงอาการประหม่า มือสั่น เท้าสั่น ทำตัวตื่นเต้นเสียงสั่น
ควรสูดลมหายใจลึก ๆ และทำใจให้
สบายก่อนและระหว่างการสัมภาษณ์
7. ไม่ควรแสดงอาการกระตือรือร้นว่าอยากได้งาน จนดูลนลาน พึงระลึกไว้เสมอว่าเรามีข้อดีที่บริษัทต้องการ
จึงเรียกตัวสัมภาษณ์
8. ไม่ควรแย่งพูดขณะให้สัมภาษณ์หรือถามคำถามผู้สัมภาษณ์มากเกินไป
9. ไม่ควรถามเรื่องเงินเดือน จนกว่าผู้สัมภาษณ์จะพอใจตัวเราเสียก่อน
และโดยทั่วไปผู้สัมภาษณ์จะต้อง
ถามอยู่แล้ว
10. ไม่ควรพูดในสิ่งที่ไม่เป็นความจริงเพราะผู้สัมภาษณ์อาจจับข้อเท็จจริงได้ไม่ยาก
11. ไม่ควรนินทาหรือตำหนินายเก่า นอกจากมันไม่ได้ช่วยให้ผู้สัมภาษณ์ประทับใจในตัวคุณแล้ว
มันจะทำให้เขาตั้งคำถามด้วยว่า คำพูดของคุณเชื่อถือได้แค่ไหน
12. ระวังการใช้ภาษาให้เป็นไปตามมาตรฐาน คำว่า จ๊ะ หรือ จ้ะ
เป็นคำพูดที่มาตรฐานของสังคมไทยถือว่า ผู้ใหญ่ใช้พูดกับผู้น้อย
ดังนั้น อย่าใช้คำลงท้ายข้อความของคุณว่า จ้ะ ให้รับว่า ครับ
หรือ ค่ะ เสมอ อย่าใช้คำสบถ คำแสลง คำย่อ คำผวน อย่าใช้คำที่ไม่สุภาพ
คำหยาบคาย หรืออื่นใด ที่ไม่เหมาะอย่างยิ่งในการสัมภาษณ์
13. ไม่ควรชวนพ่อ แม่ เพื่อน หรือนำสัตว์เลี้ยงไปรอสัมภาษณ์ด้วย
เพราะผู้สัมภาษณ์จะรู้สึกว่า
ผู้สมัครไม่มีความมั่นใจในตนเอง ต้องมีพี่เลี้ยงคอยดูแล หรือยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอที่จะรับผิดชอบงานได้